เรื่องของยายชีนวล วัดภูฆ้องคำ 3

 

บั้นปลายชีวิต

 

ตั้งแต่ปี2552เป็นต้นมา ยายชีนวลสุขภาพไม่ดี ด้วยเหตุว่าชราภาพมากแล้ว

ลูกหลานจึงขอให้ย้ายออกจากวัดภูฆ้องคำ อ.กุดข้าวปุ้น มาอยู่วัดบ้านนาทม อ.ตาลสุม ซึ่งเป็นบ้านเกิด

ต่อมาลูกหลานเห็นว่าการดูแลปรนนิบัติยายชีที่พำนักอยู่วัดนั้น เป็นความยากลำบาก จึงขอให้ยายชีกลับมาพักที่บ้านลูกสาว

ยายชีก็อยู่ที่นั่นตลอดมา

ระหว่างต้นปี2553มาจนถึงเดือนกรกฎาคมปี2554 ยายชีป่วยหนักเข้าออกโรงพยาบาลเป็นว่าเล่น

สุดท้ายก็พักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลเป็นการถาวร

ค่ารักษาพยาบาลยายชีสูงมาก ลูกหลานไม่ได้เป็นคนร่ำรวย ยังหาเช้ากินค่ำกันทุกคน
แต่ก็ได้รับความอุปถัมภ์จากลูกศิษย์ลูกหาหลายฝ่าย ช่วยกันออกค่ารักษาพยาบาลตามกำลัง

ค่าใช้จ่ายที่หนักมากๆคือการผ่าตัดบอลลูนหัวใจ เห็นบอกว่าหลักแสน ลูกหลานไม่มีปัญญาจ่าย
ทางโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ทั้งหมอและพยาบาลหลายท่านมีความนับถือยายชี จึงช่วยกันทุกวิถีทาง ออกความคิดว่าควรทำให้ถูกต้องตามกระบวนการรักษา ก็จะมีเจ้าภาพจ่ายแทนให้

ปัญหาอยู่ที่ยายชี เป็นบุคคลสาปสูญไปแล้วหลายสิบปี ทะเบียนราษฎร์แทงบัญชีว่าตายหายสูญไปนานแล้ว

การที่จะทำให้ยายชีกลับมาเป็นคนปกติยากมาก ทางอำเภอตาลสุมบอกว่าอาจใช้เวลาดำเนินการเรื่องนี้นานมาก
ต้องส่งเรื่องเข้ากระทรวงมหาดไทย อย่างเร็วก็ 6 เดือน จึงจะรู้ผล ซึ่งไม่ทันการแน่นอน

เรื่องแปลกประหลาดก็เกิดขึ้น
หลานท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ทราบเรื่องนี้ จึงไปกราบเรียนท่านผู้ว่าฯขอความช่วยเหลือ
ท่านผู้ว่าฯตกลงดำเนินการเรื่องนี้ให้ด้วยตัวของท่านเอง
สำเร็จเสร็จสิ้นใน 1 วัน

ทางอำเภอตาลสุมโทรฯตามญาติยายชีให้ไปรับหลักฐานทะเบียนบ้าน บัตรประชาชน ณ ที่ทำการอำเภอตาลสุม
นายอำเภอกับปลัดอำเภอรอมอบหลักฐานฯให้ด้วยตัวของทั้งสองท่านเอง รอจนถึงเวลาประมาณ 19.30 น.ไม่ได้กลับบ้านตามเวลาปกติ

เมื่อญาติไปถึง จึงถูกตัดพ้อว่า เรื่องนี้ไม่น่าจะต้องถึงกับไปร้องเรียนท่านผู้ว่าฯเลย
ฝ่ายญาติยายชีจึงอธิบายว่า ไม่ได้ร้องเรียนเลย อยู่ๆท่านผู้ว่าฯกรุณาเดินเรื่องให้ยายชีเอง

เรื่องนี้แปลกตรงที่ท่านผู้ว่าฯก็ไม่เคยจะรู้จักยายชีมาก่อน

บุญที่ท่านผู้ว่าฯกระทำให้ยายชีนวลในครั้งนี้ สมควรแก่การอนุโมทนาเป็นที่สุด

 

ทิ้งสังขาร

ช่วงกลางเดือนมิถุนายน ยายชีกลับเข้าโรงพยาบาลอีกเป็นครั้งสุดท้าย
อาการหนัก ต้องมีเครื่องมือช่วยพยุงสังขาร ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ตกวันละไม่น้อยกว่า1หมื่นบาท

เคยหมดลมไปครั้งหนึ่ง หมอสามารถปั๊มพ์หัวใจเอาชีวิตยายชีกลับคืนมาได้

ประมาณ 1 เดือนในโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ ยายชีก็สิ้นลม
เมื่อเวลาประมาณตีสาม ของคืนวันที่ 21 กค.2554

สาเหตุของการเสียชีวิตเกิดจากสังขารที่ชราภาพแล้ว อวัยวะภายในเสื่อมสภาพตามอายุใช้งาน
ตับ ไต หัวใจและปอด รวมทั้งระบบเลือดทั้งระบบเสียหาย

ประมาณอายุยายชี นับถึงวันสิ้นลมราวๆ 106 ปี

ศพถูกนำไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดบ้านนาทม อ.ตาลสุม จ.อุบลราชธานี เป็นเวลา3วัน จึงทำการฌาปนกิจในเวลาบ่าย4โมงเย็นของวันที่ 24 กค.2554

 

 

 

เผาไม่ไหม้

พิธีเผาศพยายชีนวล ทำง่ายๆแบบโบราณ คือเผากันกลางแจ้ง โดยมีผู้มาร่วมพิธีเผาศพเป็นจำนวนมาก

ทางวัดถึงกับออกปากว่า ไม่เคยจัดงานใหญ่แบบนี้มาก่อน

ในการฌาปนกิจครั้งนี้ ยายชีสั่งการไว้ก่อนตายหลายประการ แต่ไม่ได้ปฏิบัติตามทุกอย่าง จึงเกิดปัญหามากมายกว่าจะเผาได้สำเร็จ

เห็นจะมีเพียงประการเดียวเท่านั้นที่ทางวัดดำเนินตามสั่ง นั่นคือระงับการวางดอกไม้จันทน์

ยายชีสั่งการเรื่องนี้ไว้ว่า

“ศพข้อยไม่ให้วางดอกไม้จันทน์ ให้วางไม้มุจลินท์(ไม้จิก)แทน”

แต่เรื่องที่ยายชีสั่งไม่ให้มีการประดับแต่งเมรุนั้น ห้ามศรัทธาของเหล่าศิษย์ไม่ได้
ทางวัดจึงอนุโลมให้มีการประดับดอกไม้และคลุมผ้าขาวพอสมควร

ส่วนคำสั่งอื่นๆที่เรียกว่าสำคัญนั้น
มีผู้อวดดี อวดเก่ง อ้างตัวราวกับเป็นผู้วิเศษ เก่งกล้าสามารถ เข้ามาวุ่นวาย เจ้ากี้เจ้าการ โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์
เรียกว่าไม่รู้แต่อวดรู้ ไม่เก่งแต่อวดเก่ง
จึงเป็นเหตุให้เกิดเรื่องอัศจรรย์

ศพยายชีเผาไม่ไหม้

ไฟลุกอยู่นาน 2 ชั่งโมง ศพก็ยังอยู่สภาพเก่า
เอายางรถยนต์มาสุมใส่อีก 5 เส้น
ยางรถยนต์ไหม้จนหมดสิ้นทุกเส้น

ศพยายชีก็ยังอยู่เหมือนเก่า

แชร์ :

ความคิดเห็น

** โปรดแสดงความคิดเห็นอย่างมีวิจารณญาน