นางพญาทิพย์สุวรรณรุ่นแรก พ.ศ.2539

ออกที่วัดแก่งตอย
ผู้เสก : หลวงปู่คำพันธ์ โฆสปัญโญ
ผู้สร้าง : กฤช จันทร์กระจ่าง

ความเป็นผงวิเศษของผงชื่อสาลิกาทิพย์สุวรรณ ซึ่งเชื่อถือว่าให้คุณทางเมตตามหานิยม จนถึงกับเกิดความเสน่หาแก่คนทั้งหลาย มีประวัติความเป็นมา ปรากฏอยู่ในข้อเขียนเหล่านั้นอย่างน่าสนใจ

ปัจจุบันพระนางพญาทิพย์สุวรรณได้กลายเป็นพระเครื่องยอดนิยมที่ได้รับความศรัทธาจากนักสะสมวัตถุมงคลเป็นวงกว้าง

ในส่วนของบันทึกประวัติและการจัดสร้างในรูปข้อเขียนโดยผู้สร้างเอง คือคุณกฤช จันทร์กระจ่าง มีปรากฏอยู่มากมายหลายแห่ง ตลอดระยะเวลาหลายปี ที่ผู้เขียนยังมีชีวิตอยู่

เฉพาะที่นำมาไว้ที่นี่เป็นเพียงข้อเขียนบางส่วนไม่ใช่ทั้งหมด


11846750_756210274488630_2125043225655443999_n

ต่อไปเป็นข้อเขียนที่ คุณกฤช จันทร์กระจ่าง เขียนเกี่ยวกับพระและผงสาลิกานางพญาทิพย์สุวรรณ

******
ตอนที่ได้ผง “สาลิกาหลงรัง แม่ทิพย์สุวรรณ” มีหลายคนก็ไม่เชื่อถือ ว่าจะมีผงอย่างนี้ในโลก หาว่าผมขี้โม้ อุปโลกน์ผงขึ้นมาเอง ทั้งๆที่เกือบทุกคนที่ได้รับพระนางพญาทิพย์สุวรรณไปบูชาต่างได้รับความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจทุกคน

******

1

ผมมักต้องตอบคำถามกับผู้ที่รู้จักมักคุ้นเสมอเกี่ยวกับผง “สาลิกาทิพย์สุวรรณ”ที่ผมนำมาผสมทำพระผง เสมอๆ โดยเฉพาะพระผง ของหลวงพ่อทองทุกรุ่นที่ผมมีส่วนในการจัดสร้าง เป็นผงที่ได้มาอย่างไร? ใครเขียน? ใช้สูตรอะไร? จึงขอนำมาเล่าให้ทราบทั่วๆกัน

อันผง “สาลิกาทิพย์สุวรรณ” นั้นเป็นผงที่มีอยู่ในธรรมชาติไม่ได้สร้างขึ้นมาจากการเขียนสูตรใดๆทั้งสิ้น

ย้อนไป ในช่วงปี ๒๕๒๐ วัดไร่ขิง มีคนชื่อ “เจียม”อยู่ ๒ คน “เจียม”แรกคือ “หลวงตาเจียม” ผู้สร้างพระสมเด็จวัดไร่ขิงรุ่นแรกอันโด่งดัง
สำหรับสมเด็จวัดไร่ขิงของหลวงตาเจียมนั้นท่านเขียนผงอิทธิเจเองกดพิมพ์เอง เสกเอง และหลวงตาเจียมยังเป็นพระนักเทศน์เสียงดีในยุคนั้น เทศน์มหาชาติ หาใครกินท่านลงยาก

u03624086359094639433434222 หลวงตาเจียม วัดไร่ขิง

ส่วน “เจียม” ที่สองต่างกับเจียมแรก เหมือนฟ้ากับดิน แกเป็นนักการภารโรงของโรงเรียนวัดไร่ขิง อายุราว๕๐ ปี
เจียมนี้สำคัญ ใครๆก็อิจฉาแก แกมีเมียสาว แล้วก็สวยด้วยซิ นี่ก็ไม่ใช่เมียคนแรกของแก แกมีมาหลายคนแล้ว มีมาเรื่อยๆ ถ้ายังมีแรงอยู่ แกก็ตั้งใจจะมีอีก
ทั้งที่ตัวแก “ขี้เหล่ ซะไม่มี” รูปร่างก็อ้วน ตัวก็ดำ ลือกันว่าแกมีของดี
แกก็ไม่ปฏิเสธ แถมคุยทับเสียอีก แกมีวิชา “สาลิกาลิ้นทอง”

วิชา สาลิกาลิ้นทอง ครูบาอาจารย์ทางสาย นครปฐม มีเก่งอยู่หลายท่านหลวงพ่อไสวฯ วัดปรีดาราม ก็มีวิชานี้อยู่ ดูเหมือนจะเป็นสายเดียวกับตาเจียม

วิชาสาลิกานั้นไม่ใช่เป็นวิชามหาเสน่ห์ แต่เป็นวิชามหานิยมใครมีมักจะทำให้วาจาเป็นที่เคลิบเคลิ้ม ชักจูงใจคนได้ง่าย

ตาเจียมแกเคยบวชเรียนมาหลายพรรษา นัยว่า แกเรียนเขียนผง ทำผง “อิทธิเจ”ได้ด้วย ตาเจียมก็ไม่ได้บอกว่าแกได้วิชามาจากสำนักไหน

โรงเรียนกับวัดไร่ขิงอยู่ชิดติดกัน แกจึงแวะเวียนเข้าวัดทุกวันในฐานะนักการฯ และอดีตคนวัด

เรื่องวิชาเสน่ห์ เมตตามหานิยม ใช่ว่าแต่ผู้ชาย ผู้หญิงที่เป็นฆราวาสจะชอบเลย พระก็ยังชอบ อยากได้ ไม่รู้ว่าจะเอามาใช้เองหรือเอาไว้โปรดญาติโยมกันแน่

คนเดียวยังเลี้ยงไม่รอด ยังหาภาระเพิ่มขึ้นมาอีก

ญาติผม มีสองบ้าน บ้านเล็กกับบ้านใหญ่ แม้จะไม่มีปัญหามากด้วยทั้งสองบ้านเป็นข้าราชการ แต่การจัดคิว จัดเวรก็ทำให้เหนื่อย ต้องให้เสมอภาคลงตัวมีเศษไม่ได้ ดูแล้วไม่เห็นจะมีความสุขตรงไหน เคยถาม ก็ได้คำตอบ “ถ้าย้อนเวลาได้ มีบ้านเดียวดีกว่า”

การทำให้คนเกลียดนั้นง่าย การทำให้คนรักอย่างจริงใจนั้นยาก เพราะแต่ละคนนั้นหาความพอดีไม่มี จึงต้องใช้ทุกวิธีในการผูกใจ คนจึงเสาะแสวงหาทำเสน่ห์เมตตามหานิยม จริงบ้างถูกหลอกบ้าง แต่ถูกหลอกจะมากกว่า คนอย่างอดีตเณรแอจึงสบาย

_21_766

นึกถึงหลวงปู่ตื้อ อจลธฺมโม วัดป่าอรัญญวิเวก ท่านยกย่องสตรีเพศมาก จำได้สมัยที่ท่านลงมากรุงเทพฯ ท่านมักมาพัก ที่วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน ทางวัดเคยมีเทปคำเทศน์ของท่าน กาลเวลาผ่านมานานไม่ทราบว่าเทปชุดนั้นจะเสื่อมหมดสภาพไปหรือยัง?

เป็นที่ทราบกัน เรื่องวาจาอันเผ็ดร้อนของหลวงปู่ตื้อ ทีแรกที่ได้ยินผมถึงอึ้ง ทึ่งเสียว ท่านว่าไว้ตอนหนึ่ง “…หเป็นของประเสร็จ ทุกคนก็เกิด มาจาก ห นี่แหละ ไม่เว้นแม้แต่พระพุทธเจ้า……”

นัยยะของคำเทศน์คือไม่ให้ผู้ชายเห็นผู้หญิงเป็นของเล่น มีเมียมากผิดศีล ผิดธรรม ไม่หมกมุ่นอยู่ใน กิเลส กามตัณหา

หลวงปู่ตื้อ ท่านเกลียดนักพวกผิดเพศ ผิดฝา ท่านว่า อดีตชาติพวกนี้ชอบผิดเมีย ผิดผัวเขา ชาตินี้เลยเกิดมาเป็นเช่นนี้ เอ้า ! ชาติหน้าใครไม่อยากเป็นพวกผิดเพศก็อย่าทำ

มาว่าถึงตาเจียมต่อ

บรรดาพระหนุ่ม เณรน้อย ในวัด ต่างจ้องขอวิชา กับตาเจียม

แรกๆตาเจียมแกหวงวิชา ใจแข็ง ไม่ยอมสอน ยอมบอกใครแต่โดนตื้อนานวันเข้าก็ใจอ่อนลง หรือจะไปรับเครื่องเซ่นใครก็ไม่ทราบได้ ก็เผยวิชาออกมา ด้วยข้อแม้ ให้จำไม่ให้จด

6a0120a85dcdae970b0120a86d957f970b

นอกจากจะบอกหัวใจของวิชาแล้ว ตาเจียมยังบอกว่าถ้าได้ผงดินซึ่งอยู่ในโพรงรังของนกสาลิกา แล้วจะเป็นวิชาที่สมบูรณ์ ผงนั้นจะมีคุณอนันต์เอามาผสมทำสีผึ้งจะดีกว่าน้ำมันพรายเสียอีก เพราะคนใช้ ก็ไม่บ้า เพราะถูกผีกินเป็นพุทธคุณ ผงอันนี้เป็นดินที่เหนือดิน แกยังสอนให้ดูลักษณะของโพรงรังด้วยซึ่งก็เป็นลักษณะที่หายาก ประเภท “หนวดเต่า เขากระต่าย”ก็ไม่รู้ว่าชาตินี่จะหาเจอไหม

โลกนี้ก็แปลก ที่อยากได้ ก็มักไม่ได้ ที่ไม่อยากได้กลับได้

หลังจากตาเจียมสอนเสร็จก็กลับไป ดูเหมือนวิชาที่แกสอนให้บรรดาพระ๕-๖ รูป ในที่นั้น ก็ตามแกกลับไปด้วย

พระมหาล้วน กับพระในที่นั้น ต่างลืมคาถาที่แกสอนไปซะนี่ ต่างถามกันวุ่นวาย มหาล้วนถึงเกาหัวแกรก

เรื่องวิชาอาคมนั้นไม่ได้เรียนกันง่ายๆ มิฉะนั้นคงมีจอมขมังเวท เต็มบ้านเต็มเมือง มีคาถาใช่ว่าจะใช้กันได้ทุกคน ครูบาอาจารย์ท่านจะเน้นย้ำเรื่องจิตเรื่องสมาธิเป็นปฐม ถ้าไม่มีก็ทำอะไรไม่สำเร็จ

เรื่องสมาธินั้น หลวงพ่อเสวก วัดพญาปลา อาจารย์ของผม ย้ำนัก ท่านว่าจิตของเราเหมือนแสงอาทิตย์ มีพลังอยู่ในตัว แต่ถ้าเราเอาเลนส์นูนมาทำให้แสงเกิดจุดโฟกัส ก็จะเพิ่มพลังงานความร้อน เผาทุกสิ่งได้ หลวงพ่อท่านว่าเหมือนพลังของจิตต้องฝึกฝน
ไม่ว่าจะเป็น สมถกรรมฐาน หรือวิปัสนากรรมฐาน

ผมคนสมาธิสั้น และยังมีนิวรณ์ ๕ โดยเฉพาะถีนมิทธะ และวิจิกิจฉาจึงทำอะไรไม่สำเร็จเป็นชิ้นเป็นอัน

ผมเคยได้คาถา เสกใบมะขาม ให้เป็นตัวต่อตัวแตน ของหลวงปู่ศุขวัดปากคลองมะขามเฒ่า เสกแทบเป็นแทบตาย ใบมะขามก็ยังเป็นใบมะขามอยู่

เหมือนสูตรส่วนผสม ที่อยู่หลังซองขนม บอกว่ามีแป้งกี่กรัมมีน้ำตาลกี่กรัม มีไข่กี่กรัมฯ แล้วเราจะทำได้หรือเปล่า? ถ้าเราไม่ได้เรียนคหกรรมศาสตร์มา

อาจารย์สมชาย เย็นสำราญ ซึ่งขณะนั้นยังบวชอยู่ก็อยู่ในที่นั้นด้วย ไม่ได้อยากจะได้วิชานี้หรอก เห็นพระจับกลุ่มอยู่ก็เข้าไปเสวนาด้วย กลับจำได้เก็บงำไว้ไม่บอกใคร เมื่อได้วิชานี้ก็ไม่ได้ใช้อะไร จนสึกหาลาเพศออกมา

หลายปีต่อมา แถบถนนรามอินทรา มีที่ดินอยู่แปลงหนึ่ง เป็นสวนเก่าเจ้าของไม่ได้ทำประโยชน์อะไร ปล่อยทิ้งว่างเปล่า (ปัจจุบันได้ถูกเวนคืนทำถนนวงแหวนไปแล้วในที่นี้ยังได้พบ ต้นเถาวัลย์หลงเก่าแก่อายุหลายสิบปี และรังต่อเงินต่อทองถ้าไม่ได้ถูกเวนคืน เราคงไม่ได้ ของเหล่านี้) เวลาค่ำคืน มักจะมีดาวตกเป็นประจำบางคืนก็จะเห็นมีลูกไฟลอยมาตก เป็นที่น่าแปลกใจ

กลุ่มของเรามักจะเข้าไปค้นหา “สะเก็ดดาว”ผมชอบสะเก็ดดาว ทุกวันนี้ก็ยังชอบอยู่ ก็ออกแสวงหาถ้ามีโอกาส

ในสวนมีต้นจามจุรีใหญ่อยู่ต้นหนึ่ง คำนวณอายุก็หลายสิบปีที่โคนต้นมีผ้าสีผูกอยู่ดูคร่ำคร่า ท่าจะเฮี้ยนไม่เบา ทีแรกพวกเราไม่สนใจ แต่ !

ความบังเอิญ ในนิยาย หรือละคร ที่เรามักค่อนขอดว่าน้ำเน่าไม่น่าจะเกิดในชีวิตจริง ก็บังเกิดขึ้นมา

jjrc

จากโคนต้นจามจุรี ประมาณ ๒ เมตร ด้านทิศตะวันออก มีโพรงอยู่ เห็นมีนกจับคู่มาทำรัง
เมื่อลูกโตพอบินได้แล้วก็ไป นกอื่นก็มาทำรังต่อ
เป็นเช่นนี้ ทั้งๆตามธรรมชาติของนกนั้นจะไม่เหยียบรังกัน
พวกเราเฝ้าดูกันมา ร่วม ๒ ปีแล้ว วันหนึ่งนกสาลิกา คู่หนึ่ง ตัวดำขลับจับคู่เข้ามา
อาจารย์สมชาย เย็นสำราญจึงนึกถึงคำของตาเจียม
ดูจากโพรงรังก็เข้าเค้าตามตำรา

มีเหตุการณ์ที่แปลก ไม่แน่ใจว่าจะเป็นอาถรรพ์หรือไม่? วีรศักดิ์ วิไลลักษณ์ หนึ่งในกลุ่มของเรา ได้ไปเอาลูกนกสาลิกาในรังนั้นคล้อยหลัง ๓ ชั่วโมง ถูกรถยนต์ชน กระดูกสะโพกร้าว !

เมื่อลูกนกครอกนั้นโต รังก็ร้าง ปฏิบัติการก็เริ่มขึ้น สม มณีชูเกตุ เจ้าของลายมือ ยันต์ “ดอกบัวบาน”ภาษาไทย เป็นผู้ปีนขึ้นไปพิสูจน์ เมื่อกวาดมือเข้าไปในรัง ปรากฏว่ารังสะอาดแทบไม่น่าเชื่อ ไม่มีขี้นก หรือขนนก ร่วงอยู่เลย แต่มีผงดินสีดำ อยู่จำนวนหนึ่ง

วันที่สองไปใหม่ ก็ได้ ผงดินมาเท่าๆวันแรก แต่ !

วันที่สามโพรงรังที่เห็นมานานปีกลับหายไป ให้สมปีนขึ้นไปดูเพื่อความแน่ใจ พบว่าโพรงไม่ได้หายไปไหน แต่มีดินดำมาอุดอยู่จนมองไม่เห็นโพรง
อาจารย์สมชาย จึงทำพิธีบัดพลี บวงสรวง ให้สมใช้มีดหมอกระทุ้งดินที่อุดโพรงอยู่ ได้ดินมาก็ใส่กระป๋องที่เตรียมมา
ช่วงหนึ่งที่กระป๋องเต็มอาจารย์สมชายสั่งให้เปลี่ยนกระป๋องใหม่ ระหว่างสั่งไม่ได้อ่านคาถาปรากฏ สมร่วงลงมากองที่พื้นจุกแอ้ก บอกว่า “โดนถีบ”

คราวหลังชวน สมไปหา “ของดี” อีก สมส่ายหน้า ไม่เอาลูกเดียว

วันนั้นได้ผงดินมาร่วม ๕ กิโลฯ หลังจากนั้นก็ไม่มีผงอีกเลยและโพรงก็ร้าง ไม่มีนกมาทำรังอีก

%e0%b8%a5%e0%b8%9e-%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b8%991

เพื่อให้แน่ใจว่า ผงดินที่ได้มาเป็นผงสาลิกาหลงรังจริง จึงนำไปให้หลวงพ่อแม้น อคฺคจิตโต วัดเกาะสุวรรณาราม สะพานใหม่ผู้เป็นอาจารย์ของพวกเราตรวจสอบ

สำหรับหลวงพ่อแม้น ปัจจุบันท่านได้ละสังขารไปแล้วเมื่อสมัยที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ เป็นที่เคารพนับถือของทหารอากาศตะกรุดกับปลัดขิกของท่าน ก็เป็นที่กล่าวขาน หลวงพ่อท่านเป็นศิษย์สายหลวงพ่อเดิมวัดหนองโพ

เมื่ออาจารย์ตรวจสอบแล้ว ท่านยอมรับเป็นของจริง ท่านว่ามีเทวดาคุ้มครอง ชื่อ “ทิพย์สุวรรณ” มีบริวาร ชื่อ “กาละเทสะ” และ “กาละสัทธา” เป็นนกสาลิกา!

อาจารย์สมชาย ได้ถวายผงหลวงพ่อจำนวนหนึ่งท่านได้นำไปสร้างพระสมเด็จนางพญาจำนวนหนึ่ง โดยท่านกดพิมพ์เอง เสกเองและยังได้นำไปผสม ทำพระสมเด็จนางพญาวัดเกาะ และได้มอบให้ทางวัด ออกให้บูชา ทราบว่าที่วัดยังพอมีอยู่

นางพญาพิมพ์ใหญ่ หลวงพ่อแม้น อคฺคจิตโต

10933224_660292334080425_1265621102_n 10937362_660292204080438_1789599387_n

นางพญาพิมพ์กลาง หลวงพ่อแม้น อคฺคจิตโต

16118114_1170909486298033_1062169383_n

นางพญาพิมพ์กลางหลวงพ่อแม้น อคฺคจิตโต

10887800_660291727413819_1460266426_n 10933244_660291817413810_188139516_n

นางพญาพิมพ์เล็กหลวงพ่อแม้น อคฺคจิตโต

16117695_1171670272888621_376485012_n  16117220_1171670276221954_838601074_n

16144594_1171670352888613_1371630114_n นางพญาพิมพ์ใหญ่,กลางและเล็ก หลวงพ่อแม้น อคฺคจิตโต

พระสมเด็จนางพญาที่หลวงพ่อแม้นกดพิมพ์ มี ๓ พิมพ์ พิมพ์ใหญ่พิมพ์กลาง และพิมพ์เล็ก พิมพ์ใหญ่จะเป็นผงสาลิกาล้วน รวม ๓ พิมพ์มีประมาณ ๕๐ องค์ระหว่างกดพิมพ์หลวงพ่อบอกว่า ง่วงเหงา หาวนอนตลอด จนเอ่ยปาก “เอ็งเอาอะไรมาให้ทำวะ” เมื่อแจกออกไป ผู้ที่นำไปใช้ต่างมีประสบการณ์โดยถ้วนหน้า และที่น่าทึ่งเมื่อมีผงนี้อยู่ที่ไหนมักจะมีนกสาลิกามาปรากฏ ให้เห็นเสมอๆ

เมื่อหลวงพ่อแม้นออกธุดงค์ ซึ่งท่านปฏิบัติเป็นประจำทุกปี แม้ในวัย๗๐ กว่า เส้นทางธุดงค์ของท่านอยู่ที่สุพรรณบุรี กาญจนบุรี มาจบลงที่วัดไร่ขิง เมื่อถวายผงสาลิกาท่านได้นำออกธุดงค์ด้วย ตลอดทางที่ท่านธุดงค์ มักจะมีคนเห็นผู้หญิงผมยาวในชุดไทยสีทองห่มสะใบ เดินตามท่าน จนบางคนอดใจไม่ไหวต้องถามท่าน “หลวงพ่อพาสีกามาด้วยหรือ?”

ส่วนสม มณีชูเกตุ ได้นำผงสาลิกา มาใส่ปลอกกระสวย แขวนคอโดยใส่น้ำหอมอบไว้ ปัจจุบัน สมมีภรรยามาสามคนแล้ว ตั้งแต่ได้ผงสาลิกามา ใครพบสมถ้าเอาของอะไรมาให้ดมอย่าทีเดียว จะหาว่าไม่เตือน

 

สมัยที่ผมไปช่วยงานอาจารย์เวทย์ ที่วัดแก่งตอยผมได้สร้างพระสมเด็จนางพญาทิพย์สุวรรณ ไว้ชุดหนึ่ง มีทั้งมีนกสาลิกาคู่และไม่มีนกสาลิกา ผมได้ประเคน ผงสาลิกาทิพย์สุวรรณ และมวลสารอื่นๆมากเกือบเท่าๆปูน ตามประสาคนมือเติบ จึงทำให้พระแลดูไม่ค่อยคมมากนัก หลวงปู่คำพันธ์ ได้เมตตาปลุกเสกให้ ซึ่งพระชุดนั้นผมได้ถวายอาจารย์เวทย์ไว้

1250f146

มีเรื่องแปลก อาจารย์เวทย์เล่าว่า ได้มอบพระนางพญาฯให้พระในวัดธาตุมหาชัยที่สนิทกันพร้อมแนะนำวิธีใช้ที่ผมเคยบอกท่านไว้ ไม่นานพระ๒ รูป ซึ่งบวชมานานปี ได้สึกออกมามี “เมีย”

ร้อนถึงหลวงปู่คำพันธ์ ได้เรียกอาจารย์เวทย์ มาสอบถาม “เวทย์เจ้าให้อะไรพระ ๒รูปนั้น”
“พระผสมผงสาลิกา ที่หลวงปู่เสกครับ” อาจารย์เวทย์ตอบ
“เออ..พวกนี้ ได้พระแทนที่จะอธิษฐานในสิ่งที่ดี กลับไปอธิษฐานในทางไม่ดี”หลวงปู่บ่น

ก็ได้ข้อคิดจากหลวงปู่คำพันธ์ อีกข้อหนึ่ง เมื่อได้พระมา “ต้องอธิษฐาน” และต้องอธิษฐานในทางที่ดีด้วย

ครั้งหนึ่งผมนำผ้าป่าไปทอดที่วัดแก่งตอย เดินทางโดยรถตู้ก่อนออกเดินทาง ผมนำสีผึ้งสาลิกาทิพย์สุวรรณไปเจิมหน้ารถ ให้คุ้มครองการเดินทางตามประสาคนขับรถยามที่ไม่ได้ขับรถเอง เรียกว่าไม่ไว้ใจกันละ

ผมจึงหลับสบายตลอดการเดินทาง

เช้าถึงอุบลฯ ที่บ้านคุณอำพล ในคณะมีผู้ปฏิบัติธรรมอยู่หลายคนหน้าตื่นบอกผม “พี่เมื่อคืนหนูเห็นผู้หญิงแต่งชุดไทยเกาะข้างรถ ๒ คน ข้างละคน”

ใครรู้จัก คุณวงเดือน เย็นฉ่ำ “เจ๊ดัน”ประจำกองบก. “ศักดิ์สิทธิ์” ลองถามเธอดู เธอคงพอจะเล่าถึงประสบการณ์ จาก “แม่ทิพย์สุวรรณ”ได้

ถามว่า ผมมีผงสาลิกาทิพย์สุวรรณ แล้วผมมีกิ๊กเยอะบ่? ผมเชื่อคำของหลวงปู่ตื้อ ชาติหน้าไม่อยากเกิดมาผิดเพศ แต่แหม!ยุคนี้ชายสวย หญิงหล่อที่สุดในโลก มีอยู่มากมายในเมืองไทย ชักทำให้ผมเขว แฮ่ม !!!

———–

2

ตามตำนาน ผงสาลิกาทิพย์สุวรรณในคำภีร์ไตรเภท เรียกว่าง้วนดิน เกิดขึ้นหลังจากที่พระศิวะได้เปิดตาที่สามทำลายล้างโลก
เมื่อจะสร้างโลกขึ้นใหม่จึงบันดาลให้ฝนตกในโลกมนุษย์
ง้วนดินเมื่อถูกฝนจะมีกลิ่นหอมขึ้นไปถึงพรหมโลก บรรดาพรหมจึงลงมากินง้วนดิน กินเพลินจนกลับสวรรค์ไม่ได้
เพราะสวรรค์ปิด ต้องตกค้างอยู่ในโลกมนุษย์
บางองค์กลายเป็นมนุษย์โลก เรียกกันว่าต้นวงศ์
บางองค์ก็อยู่เฝ้าง้วนดินๆนี้มนุษย์ธรรมดาจะไม่ได้กลิ่นแต่ถ้าเอาเครื่องหอมพรมลงไปจะเกิดกลิ่นหอมบางคนถึงกับมึนกลายเป็นมหาเสน่ห์

3scopy

สำหรับนางพญาทิพย์สุวรรณรุ่นหนึ่งที่สร้างถวายลป.คำพันธ์ มีมวลสารจิตรลดา,ผงพระสมเด็จวัดระฆัง,ดินสนามหลวง,ฯ
ด้านหน้ามีนกสาลิกาคู่ชื่อ”กาละเทสะ-กาละสัทธา ซึ่งเป็นบริวารของแม่ทิพย์
ด้านหลังเป็นยันต์มหาปรารถนาโรยด้วยผงชนวนพระกริ่งวัดสุทัศน์ฯ มีสองเนื้อๆดำ 2,000 องค์ เนื้อเหลืองไม่เกิน 500 องค์

พระนางพญาทิพย์สุวรรณรุ่นแรก ที่หลวงปู่คำพันธ์เสก มี 3 พิมพ์
1.พิมพ์พระนางพญา มีสีดำ มีรูปนกสาริกาเกาะเหนือเข่าองค์พระ 2 ข้าง มีเกศา
2.พิมพ์นาคปรก หยดน้ำ สีขาว มีเกศา
3.พิมพ์นางพญา มีหน้าตา องค์เล็ก สีขาว มีเกศา


พระนางพญาทิพย์สุวรรณ รุ่นแรก วัดแก่งตอย เนื้อสีดำ

จะมีส่วนผสมเถาวัลย์หลงที่เผาเป็นถ่าน แล้วตำจนป่นเป็นผง ผสมเข้ากับมวลสาร

dsc02769 dsc02770


นางพญาทิพย์สุวรรณ วัแก่งตอยรุ่นแรก เนื้ออีพ็อกซี่ สร้างน้อย

%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b8%9f%e0%b9%8a%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%8b%e0%b8%b5 %e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b8%9f%e0%b9%8a%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%8b%e0%b8%b5


 

พระนาคปรก ยันต์ “ศรพรหมศาตร์”

ยันต์ “ศรพรหมศาตร์” เป็นยันต์ ที่อินทรชิต ได้รับมาจากมหาเทพ

“ศรนาคบาศ” ได้รับจาก พญานาค

“ศรพรหมศาสตร์” ได้รับจาก พระพรหม

“ศรวิษณุปานัม” ได้รับจากพระนารายณ์

มีฤทธิ์มาก

จำนวนสร้าง

พระชุดนี้สร้างประมาณ ๓,๐๐๐ องค์ แบ่งออกเป็น ๒ ส่วน ส่วนหนึ่งประมาณ ๒,๐๐๐ องค์ นำไปแจกในงาน ฌาปนกิจศพ หลวงพ่อเสวก วัดพญาปลา หนองจอก พระอาจารย์ของผม โดยให้ หลวงพ่อทอง วัดสามปลื้มเสกให้ อีกส่วนหนึ่ง ประมาณ ๑,๐๐๐ องค์ ถวายวัดแก่งตอย โดย หลวงปู่คำพันธ์ เมตตาเสกให้ ของวัดแก่งตอย มีจุดสังเกตที่ โค๊ต “ก” ด้านหลัง

กฤช จันทร์กระจ่าง

16128027_1170495409672774_338133940_n 16111459_1170495406339441_1924535855_n


พระนางพญา รุ่นนี้มี ผงทิพย์สุวรรณ
เพราะสร้างน้อย จึงไม่ได้นำเข้าทำเนียบรุ่น
แต่หลวงปู่คำพันธ์ เสกแน่นอน
บล็อก กับยันต์หลังเป็นของ คุณอำพล
ตอนแรกว่าทำสัก ๑,๐๐๐ แต่พอพระแห้ง
พระหดตัวมากดูไม่สวย เลยเลิกทำ
ส่งไปถวายให้อาจารย์เวทย์ นำไปให้หลวงปู่คำพันธ์เสก

กฤช จันทร์กระจ่าง

16118721_1170604842995164_1069482765_n 16117414_1170604869661828_1838001310_n

——–

3

ตอนที่ได้ผง “สาลิกาหลงรัง แม่ทิพย์สุวรรณ” มีหลายคนก็ไม่เชื่อถือ ว่าจะมีผงอย่างนี้ในโลก หาว่าผมขี้โม้ อุปโลกน์ผงขึ้นมาเอง ทั้งๆที่เกือบทุกคนที่ได้รับพระนางพญาทิพย์สุวรรณไปบูชาต่างได้รับความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจทุกคน แต่วันนี้ ผมสบายใจแล้ว ที่ได้มีผู้ที่พบผง “สาลิกาหลงรัง” เหมือนผม และก็ขลังเหมือนกัน

มีท่านผู้อ่านที่เป็นแฟน “ศักดิ์สิทธิ์” ซึ่งผมเองคงจะต้องขอสงวนชื่อและนามสกุลของท่านไว้ เพื่อความปลอดภัยของท่าน และคนรอบข้างของท่าน เพื่อให้ทันสมัยไม่ตกยุค ก็ขอใช้นามสมมติก็แล้วกัน สมมติว่าท่านชื่อ “อ.

ผมรู้จักท่าน เพราะงานเขียนนี่แหละ ท่านรับราชการอยู่แถบ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมได้เคยส่งพระฤษีพรหมสุวรรณ และผ้ายันต์ดอกบัวบาน ไปให้ท่าน “อ.” ซึ่งท่านก็นำไปแจกให้กับทหาร ตำรวจที่ต้องเสี่ยงภัย ในจังหวัดของท่าน เมื่อนำติดตัวต่างก็ได้รับประสบการณ์ ทั้งถูกยิงไม่เป็นอะไร ถูกวางระเบิดก็รอดปลอดภัย จนเป็นที่กล่าวขานในหมู่ของท่าน
ท่าน “อ.” เล่ามาว่าหน้าสถานที่ทำงานของท่านมีต้นไม้ตายพรายอยู่ต้นหนึ่ง มีโพรงรังนก ทิศทางที่ตั้ง มีนกเวียนมาอาศัยจับคู่ทำรัง ตามตำรา เมื่อตัดต้นไม้นั้นลงก็พบ “ผงดินสาลิกาหลงรัง” เหมือนกัน

ท่าน “อ.” จึงนำผงดินนั้นไปให้ หลวงปู่ทอง ถิรจิตโต อายุ 105 ปี เจ้าอาวาสวัดหลักห้า ตรวจดู

ลป.ทอง หรือพ่อท่านทอง ท่านก็บอกว่าเป็นของอาถรรพณ์ ท่านให้ระวังอย่าให้ผงนั้นปลิว หรือหล่นลงพื้น ท่าน “อ.” จึงขออนุญาต สร้างพระถวาย

พ่อท่านทองจึงดำริให้สร้างพระปิดตา ตั้งใจว่าจะเสกตลอดไตรมาสนี้ และจะนำออกทั้งแจก และให้บูชาต่อไป ถ้ามีข่าวคืบหน้าอย่างไรก็จะนำมาบอกกล่าวกัน

สำหรับหลวงปู่ทอง ถิรจิตโต เป็นพระดีพระเก่งอีกรูปหนึ่งที่กราบไหว้ได้อย่างสนิทใจ ผมเป็นคนแพ้ “ทอง” เสียด้วย

16144690_1172296252826023_206602457_n 16128410_1172296249492690_1612844837_n รุ่นแรกของวัดหลักห้า ยะลา

%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%92%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%95 15873197_1165209716868010_7513280500090388057_n รุ่น ๒ ของวัดหลักห้า ยะลา

15941117_1165211156867866_5271100834552251783_n 15966033_1165211166867865_4224712295265338218_n รุ่น ๓ ของวัดหลักห้า ยะลา

untitled

ท่าน “อ.” เล่าให้ฟังว่า ระหว่างกดพิมพ์พระ ซึ่งตัวท่านกับลูกน้องช่วยกันทำ ก็มีอาการมึนงง ซึ่งก็เป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของผงนี้ และขณะที่กดพิมพ์นั้นก็จะมีบรรดานกแวะเวียนมาที่บ้านตลอดเวลา สำหรับท่าน “อ.” ท่านเป็นบุคคลที่น่าสนใจ แม้จะไม่ได้เคยเจอะเจอกัน ผมก็พอทราบว่าท่านมีสัมผัสพิเศษ

บ้านเดิมท่านเป็นคนทางแถบอันดามัน ร่ำๆที่จะขอย้ายกลับจังหวัดบ้านเกิดหลายครั้งเพราะเบื่อที่จะเสี่ยงภัย แต่ด้วยความที่ท่านรักลูกน้อง และที่ “อ.” ได้เคยเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พระองค์ท่านได้มีพระราชดำรัส “ฝากให้ช่วยรักษาแผ่นดิน ช่วยรักษาพระศาสนา” ด้วยความสำนึกของข้าแผ่นดิน ท่านจึงยังอยู่ที่จังหวัดนี้ เพื่อสนองเบื้องพระยุคลบาท ด้วยความจงรักภักดี “นักการเมืองจะนึกถึงผลประโยชน์ของตัวเองและพรรคพวกเป็นที่ตั้ง รัฐบุรุษ จะนึกถึงผลประโยชน์ของประชาชนก่อน” จึงขอทุกท่านช่วยส่งกำลังใจไปที่ 3 จังหวัดชายแดนด้วยครับ

คุณกันต์ศักดิ์ คงขอสงวนนามสกุล เพราะคุณกันต์ศักดิ์รับราชการเป็นอาจารย์ ในโรงเรียนเก่าแก่ของประเทศ การศึกษานั้นนับว่าสูงเพราะจบปริญญาโท ขอเรียกว่าคุณกันต์ก็แล้วกันเป็นผู้ที่ศรัทธาในของขลัง ผมรู้จักคุณกันต์เพราะ พระนางพญาทิพย์สุวรรณ เมื่อไปบูชาที่วัดเกาะฯ ในวันที่ฝนฟ้าตกกระหน่ำ แล้วไม่ได้ของ

ผมจึงแบ่ง พระนางพญาฯทิพย์สุวรรณ ที่สร้างถวายหลวงปู่คำพันธ์ โฆษปัญโญ ไปให้ จะด้วยความศรัทธาหรืออะไรก็ตาม คุณกันต์ก็ได้พบกับ “แม่ทิพย์สุวรรณ” ด้วยตาเนื้อทั้งๆที่ลืมตา ไม่ได้หลับฝันไป ไม่ใช่คุณกันต์คนเดียว เพื่อนๆที่มาพักด้วยก็เห็นเหมือนกัน

คุณกันต์เล่าว่า สวยมากผมยาวสลวย ดำขวับ ผมก็ตอบไม่ถูกเพราะก็ไม่เคยเห็นด้วยตา เคยเห็นทางสมาธิ ครั้งเดียว แต่ก็ไม่ได้เห็นหน้า จึงบอกไม่ถูกว่า จะสวยมาก สวยน้อยเพียงใด

คุณกันต์เป็นคนที่จิตใจดี ยังมีแก่ใจให้เพื่อนหญิงยืมพระนางพญาฯไปใช้ เพื่อนหญิงของคุณกันต์เธอเป็นนางงามครับเดินสายประกวด เมื่อมีพระนางพญาฯติดตัวเข้าประกวด ที่เคย “กินบ๊วย กินแห้ว” ก็กลายเป็นที่หนึ่งที่สองไป นับว่าเป็นความรู้ใหม่ “พระเครื่องกับนางงาม”

เมื่อได้ประสบเหตุการณ์เช่นนี้คุณกันต์ ก็ทำบุญใส่บาตรอุทิศให้กับแม่ทิพย์สุวรรณ เมื่อขึ้นมากรวดน้ำบนห้องพัก คุณกันต์อยู่ คอนโดฯแถวราชเทวี ก็จะมีเสียงนกร้องในห้อง ซึ่งก็มองไม่เห็นตัว เป็นเช่นนี้ทุกครั้งไป แต่ก็เป็นเรื่องปกติของผู้ที่มีผงทิพย์สุวรรณ อยู่ในบ้าน ผมจึงนึกอิจฉาคุณกันต์ศักดิ์ ได้เห็นได้สัมผัส ในสิ่งที่ผมทำไม่ได้

อาจารย์วัชรีภรณ์ ก็ขอสงวนนามสกุลอีกละครับ เดี๋ยวคนจะไปกวนเธอ ปกติก็รับราชการเป็นครู อาจารย์หมดเงินไปหลายจากการไปเรียน สมาธิ “พลังจักรวาล” ก็ได้สมาธิในระดับหนึ่ง เมื่อเกิดความเบื่อหน่ายก็หันไปฝึก วิปัสสนา ที่วัดเขาอิติสุคโต หัวหิน ในสมัยที่แม่ชีทศพร ชัยประคอง ยังอยู่ที่วัดเขาอิติฯ อาจารย์วัชรีภรณ์ ปฏิบัติสมาธิ จนมีสัมผัสพิเศษ รู้เห็นในสิ่งที่เราท่านสัมผัสไม่ได้ สามารถทำนายทายทัก ได้อย่างแม่นยำ ซึ่งเธอก็ไม่ค่อยจะยอมทำ เพราะคนที่ไม่เชื่อถือก็จะหาว่า “บ้า”

ระหว่างอัจฉริยะกับติงต๊อง ผู้วิเศษกับคนบ้า มีเส้นบางๆแบ่งกัน อยู่ที่ความเชื่อและมุมมอง ของแต่ละคน อ.ถวัลย์ ดัชนี อ.เฉลิมชัย หรือพ่อผมยาว กับฤษีคำปุ่น คงเป็นตัวอย่างที่พอนึกได้

ก่อนวันสงกรานต์ ผมได้ ไปหาอาจารย์วัชรีภรณ์ ที่บ้าน พอเจอกันเธอก็ถามว่า “พาใครมาด้วย สวยด้วย” ทั้งๆที่ผมก็ไม่ได้แขวนพระไปสักองค์ อาจารย์วัชรีภรณ์เอ่ยปากขอ “นางพญาทิพย์สุวรรณ” ทั้งๆที่ผมยังไม่ได้อธิบายขยายความ ก็นับว่าแปลกดี

เมื่อท่านพระอาจารย์ “ศักดิ์สิทธิ์ ถาวรคุโณ” มีดำริที่จะสร้าง “ท้าวธนบดี คุ้มทรัพย์ สาลิกาป้อนเหยื่อ” ผงจึงถวายผง “ผงสาลิกาทิพย์สุวรรณ” ท่าน

15894440_1164631786925803_924535776716412871_n

อาจารย์ศักดิ์สิทธิ์ จึงนำผงไปผสมกับ ดินสอพอง แล้วปั้นเป็นช็อล์ก แล้วเขียนลบ ด้วยพระคาถาหัวใจสาลิกา จนผงเพิ่มจำนวน นำมารวมกับผงอิทธิเจที่หลวงปู่เมฆ สจฺจาสโภ ท่านได้ทำไว้ทิ้งไว้ให้ ออกแบบสร้างพิมพ์โดย คุณอำพล เจน จึงรับประกันความสวยงาม

ในคัมภีร์รามยณะและมหาภารตะ ได้บันทึกไว้ว่า ท้าวเวสสุวรรณ หรือท้าวกุเวร หรือท้าวจตุโลกบาล เป็นเทพที่มีหน้าที่ป้องโลกทั้งสาม ท้าวเวสสุวรรณเป็นเทพแห่งยักษ์ เป็นอสูรเทพ บางคัมภีร์ก็ว่าท่าน เป็นยักษ์มี 3 ขา มีฟัน 8 ซีก สวมอาภรณ์งดงาม มีมงกุฏทรงอยู่บนพระเศียร พาหนะคือม้าสีขาวนวล

ในอีกภาคหนึ่งของท้าวเวสสุวรรณคือพระภิเภก โหราจารย์ใหญ่ของทศกรรฐ์ ที่เรารู้จักดี และก็ยังแบ่งภาคเป็นท้าวธนบดี เทพแห่งทรัพย์ราชาแห่งสมบัติ ชาวจีนเรียกว่า “ไฉ่ซิงเอี้ย” เทพแห่งโชคลาภ อย่าพึ่งงง อินเดียมีใช้เทพไม่มาก อาศัยแบ่งภาคอวตาลเอา สรุปที่ไหนมีท้าวธนบดี ก็ได้ทั้งท้าวเวสสุวรรณ และพระภิเภก จึงเป็นทรีอินวัน ซื้อหนึ่งได้ สาม

เมื่อมีท้าวธนบดีซึ่งคอยคุ้มทรัพย์แล้วก็ต้องมีตัวหาทรัพย์ “นกหัสดีลิงค์ หรือนกหัสดีลึงค์ หรือจะเรียกนกหัสดินก็ได้ เป็นสัตว์ในป่าหิมพานต์ มีตัวเป็นนก หัวเป็นราชสีห์ มีจมูกยื่น ออกไปคล้ายงวงช้าง แต่มีเขี้ยวหน้าเป็นงา หากินเก่ง กินสัตว์ทุกอย่างที่ขวางหน้า แม้แต่สัตว์ใหญ่เช่นช้าง แต่ไม่กินบ้านกินเมือง เหมือนมนุษย์บางจำพวกนะครับ

ทางเหนือมีการใช้นกหัสดีลิงค์เชิญศพเจ้านายและพระเถระคนสำคัญ ในไตรภูมิคาถากล่าวถึงการเผาศพพระยาในอุตตรกุรุทวีป ว่า เมื่อมีคนตาย เขาจึงนำศพนั้นมาอาบน้ำ แลแต่งแง่ทากระแจะแลจวงจันทน์น้ำมันหอม แลนุ่งผ้า ห่มผ้าให้ และประดับด้วยเครื่องถนิมอาภรณ์ และนำศพไปไว้ในที่แจ้งเพื่อให้นกหัสดีลิงค์ บินมาโฉบศพนั้นไปไว้ในแผ่นอื่นเพื่อไม่ให้แผ่นดินอุตตรกุรุสกปรก

เป็นอันว่าได้ทั้งหาทรัพย์และคุ้มทรัพย์ ด้านหลังเป็นนกสาลิกาป้อนเหยื่อ นกเป็นสัตว์ที่หากินเก่งขยัน ตื่นหากินแต่เช้า จะกลับรังก็มืดค่ำ พร้อมทั้ง “ยันต์สำเภาทอง” ยันต์ประจำตัวของหลวงปู่เมฆ สจฺจาสโภ จึงเป็นอนุสติเตือนใจให้ผู้ที่วัตถุมงคลนี้ให้รู้จักสร้างฐานะ เหมือนเรือสำเภาที่ออกไปค้าขาย ล้อมรอบหน้าหลังด้วยพระคาถาบารมี 30 ฑัต

โมฮัมมัด อาลี แชมป์เปี้ยนโลกผู้ยิ่งใหญ่เคยกล่าวไว้ว่า “ มนุษย์ทุกคนต้องมีความใฝ่ฝัน ทะเยอทะยาน ถ้ามนุษย์ไร้ซึ่งความใฝ่ฝัน ทะเยอทะยานก็เหมือนนกไม่มีปีก ที่จะนำพาไปสู่จุดมุ่งหมาย” การที่เรามีของขลังติดตัว ก็ใช่ว่าเราจะโชคดีร่ำรวยทุกคนไป ถ้าเราไม่ช่วยเหลือตัวเราเองด้วย ไม่เช่นนั้นคนจนคงจะหมดไปจากประเทศไทยนานแล้ว ไม่ต้องให้ใครมาประกาศอย่างอหังกา แล้วทำไม่ได้

ครั้งหนึ่งมีโยมผู้หญิงนำภัตาหารเพลมาถวายหลวงปู่เมฆ ระหว่างที่หลวงปู่กำลังฉัน โยมผู้หญิงก็บ่นถึงกิจการร้านอาหารที่กำลังย่ำแย่ หลวงปู่เมฆก็ฉันไปเรื่อยๆไม่ได้พูดอะไร เมื่อฉันเสร็จอนุโมทนาแล้วท่านก็ถามโยมผู้หญิง
“อาหารนี่เอ็งทำเองเหรอ”
“ใช่ค่ะ”
“เออ ร้านเอ็งถึงเจ๊ง”

แล้วหลวงปู่ก็ร่ายยาว “กูว่าไอ้ที่เอ็งทำมานี่ ขนาดกูเป็นพระต้องกิน ของทุกอย่างที่รับประเคนมากูยังกระเดือกไม่ลง กูว่าถ้าเอาไปให้หมามันก็คงไม่แดก การจะทำของกินของขายเขานั้น เอ็งต้องคิดว่า ทำให้คนอื่นกินไม่ใช่กินเอง ไม่ใช่เอ็งชอบหวาน เอ็งก็ทำทุกอย่างหวานหมด เอ็งชอบเค็มเอ็งก็ทำเสียเค็ม แล้วใครจะมาแดกของมึง ต่อให้เอ็งเอาของดีของข้าไป คนเขาก็เข้ามาครั้งเดียวแล้วก็จะไม่มาอีก

แล้วปากของเอ็งนี่ก็เหมือนกัน เป็นแม่ค้าต้องพูดดี พูดเพราะกับลูกค้า ไม่ใช่พอเขาติ ก็ไปชวนทะเลาะกับเขา แล้วใครจะมาเข้าร้านมึง” นี่คือคำสอนชวนให้คิดของหลวงปู่ เมฆผมเองก็ไม่รู้ว่าแม่ค้าผู้นั้นจะนำกลับไปปรับปรุงหรือไม่ หรือปิดร้านหนีไปเลย

get_auc1_img  get_auc1_img-1

ท้าวธนบดีคุ้มทรัพย์ได้ผ่านการพุทธาภิเษกเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม ปีที่แล้ว (2548) พร้อมกับพระยอดขุนพลสิทธิราชา โดยพระคณาจารย์ สายอยุธยา และปทุมธานี เช่นหลวงพ่อเอียด วัดไผ่ล้อม หลวงพ่อพูน วัดบ้านแพน หลวงพ่อเอื้อน วัดวังแดงใต้ฯ สายปทุมธานี หลวงปู่ตุ๋ย วัดนังคัลจันตรี หลวงพ่อซ้ง วัดชัยมังคลา หลวงพ่อสายหยุด วัดอดิสร หลวงพ่อทอง หลวงประหยัด วัดลำกระดาน หลวงพ่ออ้น วัดตาลกง หลวงปู่เปรี่ยม วัดบางสะพาน

พระสวดพิธีธรรมเป็นชุดที่สวดพุทธาภิเษก พระนเรศวรรุ่นสู้ สวดเต็มพิธีไม่มีตัดตอน จบละเกือบ1ชั่วโมงสวดเต็ม 4 จบ ซึ่งฤกษ์พุทธาภิเษก ฤกษ์บนดีทั้งวัน สวรรค์เปิดเทวดามาชุมนุม เมื่อได้ฤกษ์จุดเทียนชัย ฝนตกพรำๆจนจบพิธีเมื่อใกล้เที่ยงคืน ผมยังอดแซวหลวงปู่ตุ๋ยไม่ได้ “หลวงปู่เสกกันน้ำกระจายเลยนะ” นับว่าเป็นพระดีที่น่าเก็บ

ท่านที่เป็นแฟนคลับคุณอำพล ชมรมคนรักอำพล เคยตามเก็บตามบูชาพระที่คุณอำพลได้ออกแบบแกะพิมพ์ ไม่น่าพลาดงานฝีมือชุดนี้ จะเก็บไว้เป็นที่ระลึกหรือจะเก็บไว้เป็นของขลัง ก็ดีทั้งนั้น หรือท่านที่อยากได้ของขลังที่มีส่วนผสมของผงสาลิกาทิพย์สุวรรณคงไม่รังเกียจ ถ้าไม่ได้เป็นพระพิมพ์นางพญา

ปัจจัยจากการบูชาพระชุดนี้ก็ไม่ได้เข้าพกเข้าห่อใคร มุ่งหมายเข้ากองทุนนิธิหลวงปู่เมฆ สจฺจาสโภ สิทธิราชา ซึ่งส่วนหนึ่งจะแบ่งเป็นทุนการศึกษาให้กับนักเรียนยากจน และเป็นทุนที่จะจัดงาน 100 ปี ชาตะกาลของหลวงปู่ ที่โรงเรียนวัดลำกะดาน ถ้าช้าของหมดแล้วจะเสียใจ ผมก็เล็งๆจะเก็บไว้แจกงานศพของผม….

——–

คาถาบูชา

ทิพย์สุวรรณ กาละเทสะ กาละสัทธา ประสิทธิเม (แก้บนด้วย มะพร้าวอ่อน+ขนมชั้น)

dsc02771 dsc02772

นางพญาทิพย์สุวรรณรุ่น ๑ เนื้อดำ หลวงปู่คำพันธ์ วัดธาตุมหาชัย ปลุกเสก (มีรูปนก)

15894889_1199614590106625_8434042836305409975_n 15826786_1199614633439954_4039124698515437810_n

นางพญาทิพย์สุวรรณรุ่น ๑ เนื้อขาวอมเหลือง หลวงปู่คำพันธ์ วัดธาตุมหาชัย ปลุกเสก

httpuauction4-uamulet-com 6349276038820100002

นางพญาทิพย์สุวรรณรุ่น ๒ เนื้อดำ หลวงปู่คำพันธ์ วัดธาตุมหาชัย ปลุกเสก (ไม่มีรูปนก)


16118515_1170902952965353_89725397_n 16128052_1170902969632018_1084587111_n

นางพญาทิพย์สุวรรณ วัดสามปลื้มครับ หลวงพ่อทองเสก รุ่นครบ 100 ปี


16117885_1170903889631926_345795802_n 16128113_1170903886298593_615991134_n

นางพญาทิพย์สุวรรณ วัดลำกระดาน


 

16128157_1170904762965172_655064737_n 16118459_1170904749631840_1364851785_n

นางพญาทิพย์สุวรรณ วัดนังคัลจันตรี 


 

 

หมายเหตุ : ท่านผู้รอบรู้ สามารถแจ้งข้อมูลเพิ่มเติม หรือทักท้วงผิดถูกได้ครับ

(ภาพประกอบบางภาพนำมาจากอินเตอร์เน็ท ขอขอบคุณเจ้าของภาพ ทุกท่าน ทุกภาพ)

แชร์ :

ความคิดเห็น

** โปรดแสดงความคิดเห็นอย่างมีวิจารณญาน