หลวงปู่เสาร์ วัดบ้านตาแท่น

40กว่าปีที่แล้ว
ในพื้นที่ชายแดนไทย-เขมร เขตน้ำยืน -บุณฑริก

ไม่มีใครเลยจะไม่รู้จักเสือโผม

ห้วงเวลาเกือบครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา
พื้นที่แถบนั้นคือป่าดงดิบที่คนรุ่นใหม่จะนึกไม่ออกว่า ใต้พื้นถนนผิวแอสฟัลต์สมัยนั้นช้างเสือและสัตว์อื่นใช้มันสัญจรมาก่อน

ผู้คนมีหลายเชื้อชาติ ทั้งเขมร ลาว และชาวป่าชาวเผ่าแปลกๆ
ต่างอยู่รวมกันเป็นกลุ่มชุมชน เป็นหมู่บ้านขนาดเล็ก
ทุกคนประกอบอาชีพทำนาและล่าสัตว์เป็นส่วนใหญ่

ภูมิประเทศแบบนั้น สังคมอย่างนั้น เอื้อประโยชน์ต่อการปล้นฆ่า และยากลำบากต่อการปราบปรามของเจ้าหน้าที่

ความร้ายกาจของเสือโผม มิได้อยู่ที่จิตใจอำมะหิตเหี้ยมเกรียมเท่านั้น
หากแต่อยู่ที่ความเป็นเสือหนังเหนียว จอมอาคม แม้ถูกล้อมจับนับครั้งไม่ถ้วน ก็ยังเล็ดรอดหนีพ้นได้อย่างไม่น่าเชื่อ
นั่นเป็นเรื่องที่ได้ทำความหนักใจให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทหารเป็นที่สุด

ก่อนจะมาเป็นเสือปล้นระบือนาม
เสือโผมเป็นแค่เด็กหนุ่มปกติที่มีชีวิตธรรมดาอย่างลูกชาวบ้านป่าทั่วไป

มูลเหตุที่ก่อให้กลายเป็นเสือปล้นอำมะหิตก็มีอยู่

บิดาของเสือโผมเป็นชาวเขมรต่ำ อพยพข้ามเขตเข้ามาลงหลักปักฐาน หักร้างถางพง สร้างพื้นที่ทำกินผืนใหญ่ ทำมาหากินโดยสุจริตในเขตไทย
ด้วยเหตุที่เป็นผู้มีดีอยู่ในตัว หนังเหนียวและแก่กล้าวิชา ไม่กลัวใคร ไม่ก้มหัวให้อิทธิพล จึงได้รับความยำเกรงและนับถือจากชาวบ้านทั้งหลาย

วันหนึ่งบิดาของเสือโผมถูกสังหาร
โดยเหตุที่เกี่ยวข้องกับที่ดินทำกิน
หัวหน้ากลุ่มผู้ลงมือฆาตกรรมคือกำนันสวนกับพวกอีก 7 คน
เจตนาจะฮุบเอาที่ดินทั้งหมดที่ครอบครัวเสือโผม ถือกรรมสิทธิ์เพื่อขายต่อโดยไม่ต้องลงทุน

เรียกว่าเป็นการสังหารอย่างทารุณโหดเหี้ยม
ใช้กำลังคนจำนวนที่มากกว่าเข้ากลุ้มรุมจับไว้ไม่ให้ดิ้นรนขัดขืน
แล้วลงมืออย่างเลือดเย็น
เหลาไม้รวกเสี้ยมปลายให้แหลมแล้วแทงทะลวงรูทวารหนักจนขาดใจตาย

หลังจากบิดาเสียชีวิต บ้านก็แตกสาแหรกขาด ที่ดินทำกินตกเป็นของพวกกำนันโดยอำนาจมืด

วันเวลาผ่านไปนานพอสมควร
จดหมายน้อยฉบับหนึ่งเดินทางมาถึงมือเสือโผม
เป็นจดหมายของบิดาตนเอง
จดหมายที่แสดงให้เห็นถนัดชัดเจนว่า บิดาเสือโผมรู้ตัวล่วงหน้าจะถูกเขาฆ่าตาย
เขียนจดหมายไว้แล้วฝากใครคนหนึ่งเอามาให้เสือโผม

เนื้อหาใจความสั้นๆ
“ถ้าพ่อถูกเขาฆ่าตาย ให้ลูกเอาจดหมายนี้ไปหาหลวงพ่อเสาร์ บ้านตาแท่น”

กุฎิหลวงปู่เสาร์ วัดตาแท่น

บิดาเสือโผมเป็นเพื่อนสนิทกับหลวงปู่เสาร์แต่ครัิงยังเป็นฆราวาสที่เขมรต่ำ
หลังจากหลวงปู่เสาร์บวชเป็นพระ,ความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อนไม่ได้จางคลายไปแต่อย่างใด

เมื่อจดหมายน้อยถึงมือหลวงปู่เสาร์แล้ว องค์ท่านกล่าวกับเสือโผมว่า
“หากเจ้าคิดจะล้างแค้น ก็ขอให้จบแค่ล้างแค้น อย่าได้ก่อกรรมทำเข็ญสืบต่อไปอีก”

ค่าที่เป็นลูกชายเพื่อน หลวงปู่เสาร์จึงลง(สัก)น้ำมันให้ ,อาบน้ำว่านและทำตะกรุดและของขลังให้เสือโผมเป็นกรณีพิเศษ
และให้อยู่ปรนนิบัติรับใช้อีกระยะหนึ่ง เพื่อหวังจะอบรมบ่มจิตใจให้เสือโผมคลายคุมแค้นพยาบาท

นั่นแค่ทำได้เพียงหวังที่ไม่ปรากฏผลอะไร

ใครที่อยู่ในสภาวะอารมณ์ของคนที่พ่อถูกสังหารอย่างทารุณโหดเหี้ยม ย่อมเป็นเหมือนกันหมด
แม้ไม่เหี้ยมเกรียมพอที่จะเข่นฆ่าเอาชีวิตชดใช้คืน ก็ต้องมีความปรารถนาจะเห็นพวกฆาตกรลอยนวลนั้นวิบัติฉิบหาย

ขณะนั้นไม่มีใครจะสามารถหยั่งรู้จิตใจของเสิอโผมว่าเขาจะเหี้ยมหาญปานใด

แค่เด็กที่เพิ่งผ่านเข้าสู่วัยหนุ่มหมาดๆเท่านั้น


พอดีนึกอะไรออก..เล่าเรื่องนี้ก่อน
เป็นเรื่องของพี่แดง..เสือแดง บ้านโนนดินแดง ละหานทราย บุรีรัมย์

สมัยปู่เป็นเด็กนั้น พี่แดงเป็นลูกน้องพ่อ
เป็นคนมีบุคคลิกนักเลง
คือไม่รังแกใครแต่ใครอย่ามาแหยม
ไม่เหมือนอันธพาลระรานชาวบ้านเรื่อยไป

นักเลงไม่ใช่อันธพาลตรงที่ไม่ระรานใคร เงียบและเอาจริงเมื่อลงมือ

บั้นปลายชีวิตพี่แดง มาเป็นเสือแดงอยู่บ้านโนดินแดงสมัยบุกเบิกตั้งบ้านใหม่ๆ ยังเป็นป่ารกดงดิบ
เป็นเสือที่ไม่เคยปล้น
เป็นเสือเพราะถูกแอบอ้างชื่อเข้าปล้น

พี่แดงหมกตัวอยู่ในป่า มีพรรคพวกเยอะ เหมือนชุมโจรหนังไทย พกปืนยิงปืนกันเป็นว่าเล่นเหมือนหนังเคาบอย

พี่แดงไม่กลัวทหารป่า(ผกค)ขัดใจกับทหารป่า ถึงกับถูกลอบยิงลอบฆ่าหลายครั้งก็ไม่เป็นไร

ปู่รู้ดีว่าพี่แดงมีตะกรุดไขว้คาดสะพายเบี่ยงไหล่ซ้ายขวาอยู่สองเส้น
ตะกรุดนี้พี่แดงได้จากเสือโผม รู้จักชอบพอกันกับเสือโผมมาแต่ตอนไหนไม่ทราบ

ครั้งหนึ่งพี่แดงถูกตชด.13คนรุมสกรัม จำไม่ได้ว่าเหตุเกิดที่ไหน เดาว่าเป็นงานวัดหมู่บ้านแถวชายแดนไทยเขมรด้านอำเภอน้ำยืน
พี่แดงซัดเอาตชด.13คนหมอบราบคาบ..จึงปรากฏชื่อเสียงทางนี้ขึ้นมา
เป็นชื่อไม่ดีที่เจ้าหน้าที่ไม่ชอบ แต่เป็นชื่อดีในหมู่โจรชื่นชอบ

วันหนึ่งทหารป่าวางแผนฆ่าพี่แดงอีกครั้ง
อาศัยเพื่อนซี้พี่แดงคนหนึ่ง ทำทีไปขอยืมตะกรุด อ้างว่ามีเรื่อง ขอยืมตะกรุดไปจัดการเรื่องที่มี.. จะเอามาคืนทีหลัง

จุดอ่อนของพี่แดงคือรักเพื่อน จริงใจกับเพื่อนทุกคน
กระทั่งปู่เอง..สมัยที่ยังเป็นเด็กเดินตามพี่แดง ใครอย่าได้มาแตะปู่ พี่แดงไม่ยอมหรอก
แต่ปู่ไม่เคยอาศัยศักยภาพของพี่แดงไปรังแกใคร..แม้จะหมาสักตัวแว้งกัด ก็ช่าง
แต่ว่าถ้าหากพี่แดงรู้เรื่องเอง หมาตัวนั้นไม่ตายก็คางเหลือง

เมื่อพี่แดงถอดตะกรุดออกให้เพื่อนยืม
ภายในวันนั้น..เย็นวันเดียวกัน ทหารป่าก็เข้่ายิงพี่แดงตายคากระท่อมกลางป่าซับบอน

ปู่ตามหาตะกรุดคู่นั้นอยู่หลายปี จนบัดนี้ยังไม่เจอ
รู้แค่ว่าเป็นตะกรุดเสือโผม แต่ไม่ทราบว่าเป็นของครูบาอาจารย์ท่านใดทำให้เสือโผม

จนถึงวันนี้..คือเมื่อสัก5-6ปีที่ผ่านมา จึงทราบชัดว่าเป็นตะกรุดของหลวงปู่เสาร์ วัดบ้านตาแท่นนี่เอง


เมื่อออกจากหลวงปู่เสาร์มาแล้ว เสือโผมประกาศจะฆ่าล้างแค้นกำนันสวนกับพวกอีก7คน

โดยเริ่มจากสมุนกำนันสวนก่อน

ป่าวประกาศโดยบอกไปทีละคนว่าเวลานั้นเวลานี้จะไปฆ่าให้ตายคาบ้าน ให้เตรียมสู้ เตรียมป้องกันตัวไว้เลย กูไปแน่

เหมือนปักป้ายปล้น ที่เป็นธรรมเนียมของโจรโบราณ
เขียนป้ายปักบอกทั้งหมู่บ้านว่า พรุ่งนี้เวลาเที่ยงตรงจะมาปล้น
แล้วก็มาตามเวลาที่บอก ไม่ว่าหมู่บ้านจะเตรียมป้องกันตัวแน่นหนาเพียงใดก็ยังคงเข้าปล้นตามประกาศ

เสือโผมก็เช่นกัน..บุกบ้านฆาตกรที่รุมสังหารพ่อของตนเองทีละคน ตามประกาศที่ตนเองลั่นวาจาไว้ไม่บิดเบือน
แม้จะถูกวางกำลังป้องกันขัดขวางไว้มากมาย ก็ยังสามารถเข้าไปถึงตัวและฆ่าคนเหล่านั้นตายเกลี้ยงไม่มีเหลือ รวมทั้งกำนันสวนด้วย

เป็นการบุกเดี่ยวเข้าไปซึ่งๆหน้าอย่างองอาจผ่าเผย โดยไม่มีสมัครพรรคพวกช่วยเหลือแต่อย่างใด
ปืนกี่กระบอก มีดกี่ดวง ดาบกี่เล่ม ไม่สนใจ ฝ่าดงมีดดงปืนเข้าไปทื่อๆ ประชิดตัวเป้าหมาย แล้วยิงทิ้งต่อหน้าทุกคน

ชื่อเสียงเสือโผมระบือขึ้นทันที

ใครที่ทราบเรื่องการฆ่าล้างแค้นนี้ ล้วนมีความเห็นใจเสือโผม และสมน้ำหน้าเหล่าฆาตกรที่เสือโผมสังหารทิ้งเหล่านั้น
แทบจะหาผู้ตำหนิเสือโผมได้ยาก ด้วยว่าเจ้าหน้าที่เองก็ไม่อาจทำอะไรกำนันสวนและพวกได้
จึงมีหนทางเดียวที่จะทวงคืน หนทางนี้ไม่ว่าใครก็คิดตรงกัน เหมือนกันกับเสือโผม

หลังจากล้างแค้นให้บิดาสำเร็จแล้ว หากว่าเสือโผมหยุด..ตามที่หลวงปู่เสาร์ขอไว้ เรื่องก็คงจะจบลงแค่นี้

แต่มันไม่จบ เพราะว่าเสือโผมย่ามใจ ลำพอง คะนองกับอิทธิฤทธิ์อำนาจขลังอันใหม่ที่ตนเองเพิ่งมี
พลังอำนาจที่เอื้อให้เสือโผมกลายเป็นเสือเต็มตัวในที่สุด

แรกๆเสือโผมปล้นฝั่งเขมร ต่อมาจึงปล้นฝั่งไทย
สมัครพรรตพวกก็เพิ่มขึ้น จากปล้นเดี่ยวก็กลายเป็นหมู่ เป็นชุมโจร

ไม่เพียงปล้นเอาทรัพย์สินเงินทองวัวควาย บ้านไหนลูกสาวสวยต้องตา ก็ฉุดลูกสาวเหยื่อไปด้วย เบื่อแล้วก็ปล่อยกลับบ้าน

ปล้นจนกระทั่งชาวบ้านหวาดกลัว ทิ้งบ้านหนีภัย จนกระทั่งร้างทั้งหมู่บ้าน

ครั้งหนึ่งประมาณปี2512 ปู่เคยติดตามพ่อไปค้าขายแถบนั้น รถเสียอยู่กลางหมู่บ้านแห่งหนึ่งในเวลากลางคืน
ผิดสังเกตุที่ทำไมไม่มีผู้คนสักคน แม้หมาแมวสักตัวก็ไม่พบ

พระจันทร์เต็มดวง สาดแสงแจ้งพอจะเห็นหมู่บ้านขนาดใหญ่ หลายหลังคาเรือน กลายเป็นหมู่บ้านร้าง

ไม่รู้ว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้น ยังเด็ก ไม่กล้าถามผู้ใหญ่ ภายหลังจึงทราบว่าหมู่บ้านนั้นหนีภัยเสือโผม

เรื่องของเสือโผม..เจ้าหน้าที่ตำรวจทหารไม่ได้นิ่งนอนใจ ออกตามล่าแต่ไม่เคยได้ตัว แม้ล้อมจับก็เล็ดรอดหนีพ้นทุกครั้ง

เป็นที่เลื่องลือว่าเสือโผมหนังเหนียว มีวิชาอาคมขลัง กำบังตนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ

พื้นที่แถบนั้นหวาดกลัวเสือโผมกันถ้วนหน้า

คนที่มีอายุ60ปีขึ้นไปในวันนี้ จะจดจำความหวาดกลัวได้แม่น

ถึงเวลาโพล้เพล้จะไม่มีใครลงจากเรือน โดยเฉพาะหญิงสาวห้ามลงเด็ดขาด ไม่มีใครแน่ใจว่าจะปลอดภัย

ห้วงเวลาที่เสือโผมอาละวาดปล้นไปทั่ว อยู่ในช่วงปี251..กว่าต้นๆ
ขณะที่เป็นไอ้เสือเต็มตัว ยังไปมาหาสู่กราบไหว้หลวงปู่เสาร์มิได้ขาด

ผู้เห็นเหตุการณ์ที่เสือโผมเข้าพบหลวงปู่เล่าว่า
เสือโผมมักมาตอนกลางดึก ชอบเข้ามาเพียงคนเดียว ปล่อยลูกน้องเฝ้าระวังภัยรอบนอกวัด
โดยมากจะอยู่กับหลวงปู่จนรุ่งเช้า จึงกลับเข้าป่า
บางครั้งมีเจ้าหน้าตำรวจชายแดนหรือทหารพรานมานอนวัดหลายนาย พวกนั้นก็มิได้เฉลียวใจว่าคนผู้นี้คือเสือโผมที่ทางการกำลังต้องการตัว
ไม่เพียงเสือโผมเท่านั้น พวกเจ้าหน้าที่ก็มาหาหลวงปู่เพื่อของของคุ้มตัว
อาจอยู่นานเป็นสัปดาห์ หลวงปู่จึงมอบให้ ส่วนใหญ่เป็นตะกรุดคาดเอวและสะพายไหล่

แม้เป็นเสือแต่ทิ้งความเป็นคนไม่ได้
บางครั้งเข้าไปแวะเวียนตามหมู่บ้านต่างๆ โดยมิได้เข้าไปเพื่อปล้น แต่เพื่อผ่อนคลายประสาคนยังหนุ่ม

คุณประไพ..หญิงอายุ50กว่าปี ชาวบ้านแก้ง อ.เดชอุดม เล่าว่า

“เคยเห็นเสือโผมครั้งหนึ่ง ฉันยังเล็กมาก พวกผู้ใหญ่เอะอะว่าเสือโผมเข้ามา ต่างคนต่างตื่นกลัว
แต่เขาก็ไม่ได้ทำอะไรใคร แค่หยอกเย้าผู้หญิง ชี้ที่หูผู้หญิง..จะกินหูคนนั้นคนนี้ แล้วหัวเราะชอบใจ
คนแก่หลายคนป่วยจับไข้เพราะความกลัว ..จริงๆแล้ว ถ้าเสือโผมไม่ขัดเคืองใจกับใครก็ไม่ทำอะไรเขา แต่ถ้าไม่ชอบใจก็ฆ่าให้ตาย”

เสือโผมเป็นคนรูปร่างค่อนข้างสูงใหญ่ ผิวดำ ถือดีว่ามีวิชาอาคมขลัง จึงไม่กลัวที่จะปรากฏตัว

พวกเจ้าหน้าที่ประจำหมู่บ้าน รู้ตัวว่ากำลังไม่พอ หรือมีใจหวาดหวั่นเกินควบคุมได้ ก็จะพากันหนี
เสือโผมเที่ยวเล่นบ้านโน้นบ้านนี้จนพอใจ จึงกลับเข้าป่า

Mar 17 2013

แชร์ :

ความคิดเห็น

** โปรดแสดงความคิดเห็นอย่างมีวิญจารณาน